ข่าวชาวสงขลานครินทร์

ม.อ. ให้การต้อนรับ รมว.ดีอี หารือยกระดับการเฝ้าระวัง-เตือนภัย และการบริหารจัดการศูนย์พักพิงในพื้นที่ จ.สงขลา




มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนิต เฉลิมยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและการเงิน ให้การต้อนรับ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในโอกาสเป็นประธานการประชุมหารือ การบริหารจัดการน้ำ และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 210 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569



นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้นโยบายในที่ประชุม ถึงความจำเป็นในการบูรณาการด้านข้อมูลและการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย การอพยพและบริหารจัดการศูนย์พักพิง รวมทั้งให้ความสำคัญในการพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยระบบดิจิทัล ในการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐ และความช่วยเหลือจากภาคเอกชน และความร่วมมือจากประชาชน

นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงการสื่อสารว่ามีส่วนสำคัญในการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งเบื้องต้นได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งแก้ปัญหาระบบสื่อสาร และระบบไฟฟ้าแล้ว มั่นใจว่าหากเกิดภัยพิบัติการสื่อสารจะสามารถใช้งานได้อย่างแน่นอน



“รู้สึกชื่นชมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ได้ถอดบทเรียนภัยพิบัติจากเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปีที่ผ่านมา และนำมาพัฒนาเป็นโครงการ “Hat Yai Model Plus” ซึ่งเป็นการยกระดับงานวิจัยและเทคโนโลยีเพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ ด้วยการบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัย การบริหารจัดการภาวะวิกฤต การช่วยเหลือประชาชน และการตัดสินใจเชิงนโยบาย พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้เมืองหาดใหญ่ในระยะยาว และพัฒนาเป็นต้นแบบการจัดการภัยพิบัติสำหรับพื้นที่อื่นของประเทศไทย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าว



ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ธนิต เฉลิมยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและการเงิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ม.อ. รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่เล็งเห็นถึงความสำคัญ และความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาเราต้องประสบกับภัยพิบัติอย่างหนักหนาสาหัส ซึ่งจากการถอดบทเรียนเราพบว่าที่ผ่านมาการเตือนภัย และการจัดการภัยพิบัติยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะที่มีบุคลากรและนักวิชาการที่มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จึงพร้อมนำศักยภาพของมหาวิทยาลัยมาช่วยแก้ปัญหา ผ่านโครงการ “Hat Yai Model Plus” โดยนำบทเรียนจากสถานการณ์จริงและการถอดบทเรียนร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และภาคส่วนต่าง ๆ มาเป็นฐานในการพัฒนา โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมการรับมือ และการเผชิญเหตุ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ระบบเตือนภัย ต้องสามารถแจ้งเตือนได้รวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว ขนย้ายทรัพย์สิน และอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ทันเวลา ควบคู่ไปกับการพัฒนาศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ หรือ EOC (Emergency Operation Center) โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนระบบหลังบ้าน ให้การประสานงาน การจัดสรรทรัพยากร และการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤตมีประสิทธิภาพมากขึ้น



Hat Yai Model Plus ยังให้ความสำคัญกับการสร้างขีดความสามารถของประชาชน ทั้งด้านความรู้ในการเตรียมพร้อมการรับมือ และการอพยพ เนื่องจากหาดใหญ่ไม่ได้เผชิญน้ำท่วมขนาดใหญ่มาเป็นเวลานาน ทำให้ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ อาจขาดประสบการณ์ในการรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่

บทเรียนสำคัญอีกด้านมาจากการบริหารศูนย์พักพิงของ ม.อ. ซึ่งเดิมเตรียมพื้นที่ศูนย์กีฬาไว้รองรับประชาชนประมาณ 500 คน แต่เมื่อสถานการณ์รุนแรงกว่าที่คาด มีประชาชนอพยพเข้ามาพักพิงประมาณ 15,000 คน แม้มหาวิทยาลัยจะสามารถบริหารจัดการและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลับนำไปสู่แนวคิดพัฒนาศูนย์พักพิงอัจฉริยะ (Smart Shelter) ที่ต้องการยกระดับระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงขนาดใหญ่ให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม



อีกหัวใจสำคัญของ Hat Yai Model Plus คือการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบข้อมูลดิจิทัล เข้ามาช่วยบริหารจัดการภัยพิบัติ โดย ม.อ. เตรียมพัฒนาระบบ IT เช่น ประชาชนรายใดแจ้งขอความช่วยเหลือ ใครได้รับความช่วยเหลือแล้ว จุดใดยังรอการช่วยเหลือ รวมถึงทรัพยากรที่มีอยู่ถูกนำไปใช้ที่ใด และยังเหลือทรัพยากรส่วนใดพร้อมใช้งาน ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอผ่าน Dashboard เพื่อให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บริหารระดับประเทศ สามารถมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้การจัดสรรและเคลื่อนย้ายทรัพยากรไปช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น